เว็บแนะนำ

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ตลาดใต้โหนด พัทลุง ตลาดสีเขียวที่เลี้ยวเข้ามาเมื่อไรก็มีแต่สุข

ตลาดใต้โหนด พัทลุง ตลาดสีเขียวที่เลี้ยวเข้ามาเมื่อไรก็มีแต่สุข

ตลาดใต้โหนด พัทลุง

  ตลาดใต้โหนด ตลาดพื้นบ้านสุดฮิปแห่งจังหวัดพัทลุง ที่สามารถเที่ยวได้ทุกวัย ได้ทั้งเสพงานศิลป์ ท่องโลกแห่งตัวหนังสือ จิบกาแฟรสเข้มข้น ชิมอาหารพื้นเมืองหลากหลาย พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดของคนท้องถิ่น

          "ตลาดใต้โหนด" หรือที่คนใต้เรียกกันว่า "หลาดใต้โหนด" ตั้งอยู่ที่บ้านจันนา ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นตลาดนัดพื้นบ้านสีเขียวสุดเก๋ไก๋ ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนแห่งนี้มามากกว่า 2 ปีแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขทางการค้าให้ชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังสร้างความสุขและมิตรภาพให้กลับคืนสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนอีกด้วย

 ตลาดใต้โหนด ก่อเกิดขึ้น ณ บ้านเกิดของ คุณกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2539 ซึ่งหลังจากการเสียชีวิตของท่านในปี 2549 คุณนิยุติ สงสมพันธุ์ (พี่ชาย) ได้เริ่มจากจุดเล็ก ๆ หวังแค่เพียงให้บ้านหลังนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน เป็นสถานที่อ่านหนังสือสุดเงียบสงบของเด็ก ๆ และชาวบ้านในหมู่บ้าน พร้อมทั้งเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านศิลปะ แต่ต่อมาได้มีโครงการตลาดท้องถิ่น ซึ่งให้ชาวบ้านในพื้นที่นำสินค้าปลอดสารพิษ พร้อมทั้งอาหารพื้นเมืองมาจำหน่าย

แรกเริ่มนั้นมีร้านค้าเพียงแค่ไม่กี่สิบร้าน แต่ปัจจุบันมีร้านค้ามากกว่าร้อยร้าน โดยมีทั้งผักสด ผลไม้สด อาหารพื้นเมืองและขนมพื้นเมืองที่หาทานได้ยาก รวมทั้งสินค้าแฮนด์เมดอันเป็นเอกลักษณ์ โดยอยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินดี มีสุข ซึ่งจะสอดคล้องไปกับวิถีชีวิตของชาวใต้อย่างป่า นา เล ได้อย่างสมบูรณ์  

 สิ่งที่ทำให้ตลาดใต้โหนดแตกต่างจากตลาดชุมชนที่อื่น ๆ ก็คือการตกแต่งร้านและพื้นที่ของตลาด ที่เน้นใช้วัสดุธรรมชาติมาดัดแปลงออกแบบให้มีความทันสมัย พร้อมทั้งยังให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการคิดค้นภาชนะใส่สินค้า โดยจะต้องนำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นที่มีอยู่มารังสรรค์ให้กลายเป็นภาชนะสุดเก๋ ลดใช้โฟมและพลาสติก

ตลาดใต้โหนด จะเปิดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตลาดใต้โหนด โทรศัพท์ 08 5065 4480, เฟซบุ๊ก กินดีมีสุข หลาดใต้โหนด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่ (สงขลา-พัทลุง) โทรศัพท์ 0 7424 3747

หากใครได้มาเยือนตลาดใต้โหนดแห่งนี้ สิ่งที่คุณจะได้รับกลับไปไม่ใช่เพียงแค่อาหารหรือสินค้าท้องถิ่นเท่านั้น แต่คุณยังจะได้รับความสุขอย่างเต็มเปี่ยม จากรอยยิ้มและความจริงใจของชาวบ้าน เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยในภาษาใต้ ที่สื่อสารกับผู้มาเยือนด้วยสำเนียงห้วนสั้น แต่ฟังทีไรกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ความจริงใจ เป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่กลับมีความสุขอย่างมหาศาล จนอยากให้คุณได้ไปสัมผัสกันบ้างสักครั้ง :) 


ขอขอบคุณกองประชาสัมพันธ์ ภายในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่

จากภาพ kapook



‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

สังคมเสื่อมถอยเด็กนักเรียนจีนรุ่นพี่บังคับรุ่นน้องขายบริการทางเพศ

สังคมเสื่อมถอยเด็กนักเรียนจีนรุ่นพี่บังคับรุ่นน้องขายบริการทางเพศ

สังคมเสื่อมถอยเด็กนักเรียนจีนรุ่นพี่บังคับรุ่นน้องขายบริการทางเพศ

เด็กนักเรียนหญิงชาวจีน 3 ราย ตั้งตัวเป็นแม่เล้าบังคับรุ่นน้องขายบริการทางเพศ

(31 พ.ค.) เหตุเกิดมณฑล Donggang ประเทศจีน สังคมต้องสลดใจเมื่อเด็กนักเรียนหญิง 3 คน กลายเป็นแม่เล้าเข้าสู่วงการธุรกิจขายบริการทางเพศ เพราะต้องการเงินมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย โดยมีเด็กหญิงรายหนึ่งต้องตกเป็นเหยื่อด้วยวัยเพียง 13 ปีเท่านั้น

รายงานระบุว่า พฤติกรรมของเด็กนักเรียนหญิง 3 คน ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ได้ตั้งตัวเป็นแม่เล้าทำธุรกิจขายบริการทางเพศตามโรงแรมและเมื่อได้เงินมา จะนำเงินไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย โดยเด็ก 2 คนในกลุ่มนี้มีอายุยังไม่ถึง14 ปี ซึ่งกรณีนี้ทำให้หลายหน่วยงานต้องตระหนักในปัญหาและร่วมกันหาแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้มีเด็กในวัยเรียน ต้องตกเป็นเหยือของการขายบริการดังกล่าว

แหล่งข่าวเปิดเผยรายละเอียดว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้มีผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่เรียนในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ได้แจ้งกับทางโรงเรียนว่าบุตรสาวของตนได้ถูกบังคับให้ไปขายบริการทางเพศ จากนั้น จึงได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพบสิ่งที่น่าสะเทือนใจว่ามีกลุ่มเด็กหญิง 3 คน คนแรกอายุ 15 ปี  และอีก 2 คนอายุไม่ถึง 14 ปี ได้ตั้งตัวเป็นแม่เล้า ซื้อขายบริหารทางเพศตามโรงแรม เด็กหญิงทั้งสามคน จัดว่าเป็นเด็กมีปัญหาที่โรงเรียน เพราะมีพฤติกรรมติดสังคมออนไลน์ ชอบช้อปปิ้ง และมักจะประสบปัญหาเงินไม่พอใช้อยู่เสมอ พวกเธอจึงคิดหาทางที่จะหาได้เงินมาใช้ ด้วยการเข้าไปเกี่ยวข้องกับวงการขายบริการทางเพศ

นับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว เด็กหญิงทั้ง 3 คน ได้บังคับ ข่มขู่ ให้รุ่นน้องในโรงเรียน ไปขายบริการทางเพศตามโรงแรม โดยเหยื่อที่มีอายุน้อยที่สุด เพิ่งจะมีอายุได้เพียง 13 ปีเท่านั้น

กรณีดังกล่าวนี้ ทำให้โรงเรียน องค์กรด้านการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ต้องออกมาหามาตรการ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขายตัวในวัยเรียนนี้ ให้ดียิ่งขึ้น หนึ่งในนั้น คือการเพิ่มความเข้มงวดในโรงเรียน เพราะที่ผ่านมา โรงเรียนหลายแห่ง ขาดความเข้มงวดในการตรวจตราดูแลนักเรียน ตลอดจนการดูแลความปลอดภัย ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ครู ก็ควรเพิ่มความใส่ใจ และควรเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองให้ดียิ่งขึ้น มีบทลงโทษทางกฏหมาย และมีมาตรการ ในการพัฒนาสังคม เพื่อเป็นแนวทางที่จะป้องกันและลดปัญหาอย่างจริงจัง

ภาพจาก kapook



‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่อง กาโม่ อาชวิน

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่อง กาโม่ อาชวิน

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่อง กาโม่ อาชวิน

 วัน อยู่บำรุง โพสต์เดือดถึงแก๊งวันพอยท์ ถามรู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอหนุ่มโพสต์หาเรื่อง กาโม่ อาชวิน เตือนทำไมชอบทำตัวเป็นนักเลงกันจัง ระวังพ่อแม่เดือดร้อน 

           วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "วัน อยู่บำรุง" แสดงความไม่พอใจหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ลงข้อความในลักษณะมีปัญหาข้ดแย้งกับบุตรชายของตน คือ นายอาชวิน อยู่บำรุง หรือ กาโม่ โดยฝ่ายนั้นมีการท้าทายพร้อมอ้างตัวว่าเป็นลูกหลานของอดีตนักการเมืองดังเช่นกัน

           โดยหลังจากที่เห็นข้อความทั้งหมดแล้ว นายวัน อยู่บำรุง ก็ได้ระบุว่า "ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงชอบทำตัวเป็นนักเลงกันจังเลย...ไอ้หนูเอ๊ย...ระวังพ่อ แม่จะเดือดร้อนนะลูก ลูกผมไม่ใช่นักเลงแต่ถ้าใครมารังแกลูกผม #ผมไม่ยอม!!!"

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย


 ในเวลาต่อมา นายวัน อยู่บำรุง ยังได้โพสต์ข้อความต่อว่า "แก๊งวันพอยท์ชักจะใหญ่โตกันใหญ่แล้วนะ อยากรู้จังว่าโตทันวันเหลิมกันมั้ย !!! ป.ล. ไอ้เด็กที่มาหาเรื่องลูกผมมันบอกว่าอยู่แก๊งวันพอยท์"

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย

 จากนั้น นายวัน อยู่บำรุง ยังมีการเปิดเผยข้อมูลว่า ลูกชายของเขาเคยถูกคนหาเรื่องบ่อยครั้งโดยแทบทุกคนจะอ้างชื่อว่าอยู่แก๊งวันพอยท์ ขณะที่เด็กซึ่งมีเรื่องกันคนนี้ก็ขุดต้นตอพบว่าอยู่แก๊งวันพอยท์เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามคาดว่า ไผ่ วันพอยท์ หรือ ไผ่ ลิกค์ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่มีความสนิทสนมกับตนนั้นไม่น่าจะทราบเรื่องที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ นายวัน อยู่บำรุง ยังได้ตามไปโพสต์ถามเด็กคนดังกล่าวด้วยว่ามีเรื่องอะไรกับ กาโม่

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่องลูกชาย

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่อง กาโม่ อาชวิน

วัน อยู่บำรุง ถาม แก๊งวันพอยท์ รู้จักวันเหลิมไหม หลังเจอคนหาเรื่อง กาโม่ อาชวิน

ภาพจาก kapook



‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

วันงดสูบบุหรี่โลก 2559 คําขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก

วันงดสูบบุหรี่โลก 2559 คําขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก


วันงดสูบบุหรี่โลก

วันงดสูบบุหรี่โลก 2559 World No Tobacco Day 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก

          ทุกคนก็คงจะรู้ถึงโทษของการสูบบุหรี่กันอยู่แล้วว่า มันส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอย่างไร แต่หลายคนก็ยังเลือกที่จะสูบมัน บางคนเลือกที่จะสูบบุหรี่เพียงเพราะความเท่จนในที่สุดก็ติดเป็นนิสัย และเนื่องในวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีนั้น เป็น วันงดสูบบุหรี่โลก กระปุกดอทคอมจึงมีบทความเกี่ยวกับ วันงดสูบบุหรี่โลก มาฝาก และลองใช้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเลิกบุหรี่กันดีไหม?

           วันงดสูบบุหรี่โลก เริ่มมีการจัดงานครั้งแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 เนื่องจากองค์การอนามัยโลกเล็งเห็นอันตรายของบุหรี่และสุขภาพของผู้สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่ไม่สูบแต่ต้องมารับควันบุหรี่ด้วย จึงจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลก หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า World No Tobacco Day เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เลิกสูบ และให้รัฐบาลชุมชน และประชากรโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่ใช้ชื่อว่า World Spidemic ซึ่งสื่อถึงการสูบบุหรี่ที่เป็นเหมือนโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก โดยในวันงดสูบบุหรี่โลกในแต่ละปี ก็จะมีคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2531-คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2559

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2531 คือ บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ (Between tobacco and the health, choose health)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2532 คือ พิษของบุหรี่ต่อสตรี ยิ่งมีมากกว่าบุรุษ (Women and Tobacco : Added risk)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2533 คือ เติบโตอย่างสดใส ห่างไกลจากภัยบุหรี่ (Growing up without tobacco)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2534 คือ สถานที่สาธารณะและยวดยานปลอดบุหรี่ (Public places and transport : Better be tobacco free)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2535 คือ ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี ชีวีปลอดภัย (Tobacco free work places : Safer and healthier)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2536 คือ บุคลากรสาธารณสุขร่วมสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่ (Health services, our window to a tobacco–free world)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2537 คือ ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่ (The media against tobacco)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2538 คือ บุหรี่ก่อความสูญเสียมากกว่าที่คุณคิด (Tobacco costs more than you think)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2539 คือ ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่ (Sport and the arts : play it tobacco free)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2540 คือ ผนึกกำลังเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ (United for a Tobacco–free world)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2541 คือ คนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่ (Growing up without tobacco)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2542 คือ อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา...เลิกบุหรี่ (Leave the pack behind)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2543 คือ บุหรี่คร่าชีวิต อย่าหลงผิดตกเป็นเหยื่อ (Tobacco kills don't be Duped)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2544 คือ เห็นใจคนรอบข้าง ร่วมสร้างอากาศสดใส  ปลอดจากภัยควันบุหรี่ (Second-Hand Smoke : Let’s Clear the Air)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2545 คือ กีฬาปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อสุขภาพ (Tobacco Free Sports–Play it clean)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2546 คือ ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่ ส่งผลดีต่อเยาวชน (Tobacco free films tobacco free fashion)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2547 คือ บุหรี่ : ยิ่งสูบ...ยิ่งจน (ครอบครัวปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง) (Tobacco and Poverty (A Vicious Circle))

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2548 คือ ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่ (Health Professionals and Tobacco Control)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2549 คือ บุหรี่ทุกชนิดนำชีวิตสู่ความตาย (Tobacco: Deadly in any form or disguise)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2550 คือ ไร้ควันบุหรี่ สิ่งแวดล้อมดี  ชีวีสดใส (100% Smoke-Free Environments : Create and Enjoy)  

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2551 คือ เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่ (Tobacco - free Youth)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2552 คือ บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย (Tobacco Health Warnings)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2553 คือ หญิงไทยฉลาด ไม่เป็นทาสตลาดบุหรี่ (Genderand Tobacco Withan Emphasis on Marketing to women)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2554 คือ พิทักษ์สิทธิตามกฎหมาย มุ่งสู่สังคมไทยปลอดบุหรี่ (The WHO Framework Convention on Tobacco Control)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2555 คือ จับตา เฝ้าระวัง ยับยั้งอุตสาหกรรมยาสูบ  (Tobacco Industry Interference)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2556 คือ ไม่ใช้ ไม่รับ ไม่สนับสนุนโฆษณายาสูบร้าย ทำลายชีวิต (Ban tobacco advertising, promotion and sponsorship)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2557 คือ บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด (Raise taxes on tobacco)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2558 คือ หนุนกฎหมายบุหรี่ใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย (Stop illicit trade of tobacco products)

          - คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก 2559 คือ ซองบุหรี่แบบเรียบ ลดภัยเงียบ ลดโรค (Get ready for plain packaging)

          อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยก็ได้ตระหนักถึงความสูญเสียทางด้านชีวิตของประชากรที่เกิดจากการสูบบุหรี่  จึงได้มีการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ รวมถึงกำหนดมาตรการต่าง ๆ โดยการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะพยายามให้เกิดการเลิกสูบบุหรี่ ดังเช่นที่กระทรวงได้ประกาศบังคับใช้มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 ให้มีการพิมพ์คำเตือน และโทษของการสูบบุหรี่ที่ข้างซอง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา อีกทั้งยังมีกฎหมายที่ใช้คุ้มครองสุขภาพประชาชน ได้แก่

          1. พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 ที่มีสาระสำคัญในการประกาศเขตปลอดบุหรี่ ซึ่งแบ่งเขตปลอดบุหรี่ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

          - เขตปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง เช่น รถยนต์โดยสารประจำทาง ทั้งแบบปรับอากาศและไม่ปรับอากาศ รวมถึงแท็กซี่ ตู้รถไฟปรับอากาศ และห้องชมมหรสพ

          - เขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด เช่น โรงเรียน ห้องสมุด แต่ยกเว้นห้องส่วนตัว

          - เขตปลอดบุหรี่เกือบทั้งหมด เช่น สถานพยาบาล ศูนย์การค้า สถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ หากจะสูบก็ให้สูบเฉพาะในเขตสูบบุหรี่

          - เขต ปลอดบุหรี่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของพื้นที่นั้น ๆ เช่น ตู้รถไฟโดยสารทั่วไปที่ไม่ใช่แบบปรับอากาศ และร้านขายอาหารทั่ว ๆ ไป เฉพาะบริเวณที่มีระบบปรับอากาศ แต่ต้องจัดเขตสูบบุหรี่ไม่ให้เกินครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด


          2. พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่มีสาระสำคัญในการห้ามขายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท รวมถึงห้ามขายสินค้าอื่นและแถมบุหรี่ให้ หรือขายบุหรี่แล้วแถมสินค้าอื่น และห้ามการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม

วันงดสูบบุหรี่โลก

วันงดสูบบุหรี่โลก

  การสูบบุหรี่นั้นถือเป็นการทำลายสุขภาพ ทั้งต่อผู้สูบเองและผู้อยู่ใกล้ชิดที่สูดเอาอากาศที่มีควันบุหรี่เข้าไป เพราะควันบุหรี่ประกอบด้วยสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีสารก่อมะเร็ง ไม่ต่ำกว่า 42 ชนิด ซึ่งสารอันตรายที่สำคัญ เช่น

- คาร์บอนมอนอกไซด์

          ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่ากับเวลาปกติ หากได้รับจะเกิดการขาดออกซิเจน ทำให้มึนงง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ

- นิโคติน

          เป็นสารระเหยในควันบุหรี่ มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง มีผลต่อต่อมหมวกไต ทำให้เกิดการหลั่งอิพิเนฟริน ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ และไม่เป็นจังหวะ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว เพิ่มไขมันในเส้นเลือด (ก้นกรองไม่ได้ทำให้ปริมาณนิโคตินลดลงได้)

- ทาร์ หรือน้ำมันดิน

          เป็นคราบมันข้นเหนียว สีน้ำตาลแก่ เกิดจากการเผาไหม้ของกระดาษและใบยาสูบ และเป็นสารก่อมะเร็งต่าง ๆ เช่น มะเร็งปอด, กล่องเสียง, หลอดลม, หลอดอาหาร, ไต, กระเพาะปัสสาวะ และอื่น ๆ ร้อยละ 50 ของน้ำมันดินจะไปจับที่ปอด เกิดอาการระคายเคือง ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ

          จากการสำรวจพบว่าผู้ที่เป็นมะเร็งปอดนั้น ร้อยละ 90 เป็นผลเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ โดยมีผลวิจัยระบุว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เกินวันละ 1 ซอง จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 5-20 เท่า

          ผู้ที่สูบบุหรี่ยังเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ อาจมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่จนไม่สามารถนอนได้ นอกจากนี้ทาร์ในควันบุหรี่จะสะสมอยู่ในปอดทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ทำให้หายใจขัด หอบ และหากเป็นเรื้อรังอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ง่ายเช่นเดียวกัน


          นอกจากนั้นยังพบว่าการสูบบุหรี่ก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เช่น โรคกระเพาะอาหารเป็นแผล โรคความดันเลือดสูง โรคตับแข็ง โรคปริทันต์ โรคโพรงกระดูกอักเสบ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหัวใจ เป็นต้น และยังส่งผลต่อบุคลิกภาพของผู้สูบบุหรี่อีกด้วย

 การสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้สูบเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผู้ใกล้ชิดอีกด้วย คือ หากเด็กได้รับควันบุหรี่ จะป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หอบหืด หูชั้นนอกอักเสบเพิ่มมากขึ้น หากหญิงมีครรภ์ได้รับควันบุหรี่ จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มน้อยกว่าปกติ รวมทั้งมีโอกาสแท้ง และคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งยังส่งผลต่อทารกในครรภ์ที่อาจทำให้สมองช้ากว่าปกติ มีความผิดปกติทางระบบประสาท และระบบความจำ

          ขณะที่คู่สมรสของผู้สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดมากกว่าคู่สมรสที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ 3 เท่า และเสียชีวิตเร็วกว่าปกติถึง 4 ปีเทียบกับคนทั่วไป

          อย่างไรก็ตาม แม้บุหรี่จะมีโทษมากมาย แต่ก็ยังมีคนสูบ ทำให้รัฐต้องออกมาตรการ หรือกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ด้วย ทั้ง สวนสาธารณะ, สนามบิน, สถานีรถไฟ, สถานศึกษา, ร้านค้า, ผับ, เธค และสวนอาหาร เป็นต้น หากฝ่าฝืนก็จะต้องเสียค่าปรับ

          นอกจากบุหรี่จะมีโทษมหันต์ต่อผู้สูบและคนใกล้ชิดแล้ว การสูบผิดสถานที่อาจทำให้ติดคุก หรือเสียเงินได้เช่นกัน… ฉะนั้นเราลองหันมาเลิกสูบบุหรี่กันดีกว่าไหม เพื่อสุขภาพของคุณเอง รวมทั้งคนที่คุณรักด้วย


คำสอนจากหลวงพ่อคูณ ต้นแบบแห่งการเลิกบุหรี่

ภาพจาก kapook


‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

เปิดภาพแห่งความสุข งานแต่งงานแบบบ้าน ๆ ของคู่บ่าว-สาวบนดอยสูง

เปิดภาพแห่งความสุข งานแต่งงานแบบบ้าน ๆ ของคู่บ่าว-สาวบนดอยสูง






 เปิดภาพสุดงดงาม งานแต่งงานแบบบ้าน ๆ ที่แฝงไว้ด้วยความเชื่อและความอบอุ่น จากพื้นที่บนดอย บ้านปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม 

          พิธีแต่งงานนั้น นับเป็นพิธีมงคลอันเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นการใช้ชีวิตร่วมกันของคู่รัก ซึ่งผู้คนในแต่ละพื้นที่ต่างก็มีรูปแบบการจัดพิธีตามความเชื่อที่แตกต่างกันไป ขณะที่ล่าสุดในวันนี้ (31 พฤษภาคม 2559) เราก็ได้มีอีกหนึ่งภาพประทับใจจากพิธีแต่งงานแบบบ้าน ๆ ของคู่บ่าว-สาวจากบ้านปางหินฝน ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่คุณ Naykob Foto ได้บันทึกภาพไว้ มาฝากให้เราได้ชมกัน ซึ่งแม้จะมีการจัดพิธีแบบเรียบง่าย แต่ก็อบอวลไปด้วยเชื่อและความอบอุ่น สะท้อนความรักและความสุขของผู้ที่อยู่ในงานให้เห็นอย่างเด่นชัด

 ว่าแล้วก็มาตามไปชมภาพบรรยากาศงานแต่งงานจากคู่บ่าว-สาว แห่งบ้านปางหินฝน กันได้เลยค่ะ





ภาพจาก kapook



‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

พบแล้ว ศพน้องมิ้นถูกลักพาตัว ยังอยู่ในชุดนักเรียนแต่กกน.หาย

พบแล้ว ศพน้องมิ้นถูกลักพาตัว ยังอยู่ในชุดนักเรียนแต่กกน.หาย

พบแล้ว ศพน้องมิ้นถูกลักพาตัว ยังอยู่ในชุดนักเรียนแต่กกน.หาย

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหา 3 วันเต็มๆ พบแล้ว ศพน้องมิ้น เด็กถูกลักพาตัวจากโรงเรียน ยังอยู่ในชุดนักเรียน แต่กกน.หาย

กรณี ด.ญ.สุนิตา หรือ น้องมิ้น อายุ 13 ปี ถูกนายสมพงษ์ อายุ 55 ปี ไวยาวัจกรของวัดแห่งหนึ่ง ลักพาตัวจากโรงเรียน ไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุนายสมพงษ์ได้ผูกคอตายหนีความผิดนั้น

ล่าสุด สำนักข่าวตราดทีวี รายงานว่า (31 พ.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สะพานคลองห้วยแร้ง ถนนสายไร่ป่า-ด่านชุมพล ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด เจ้าหน้าที่พบศพน้องมิ้นแล้ว หลังจากใช้เวลาค้นหากว่า 3 วัน โดยพบรถจักรยาน จมน้ำอยู่ใต้สะพานที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร

จากนั้นจึงได้กระจายกำลังค้นหาน้องมิ้นอีกครั้ง จนพบศพน้องมิ้นอยู่ในสภาพขึ้นอืด คว่ำหน้า อยู่ในชุดนักเรียน ไม่สวมกางเกงใน จากนั้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตราด เดินทางมาถึงพร้อมลงพื้นที่หาหลักฐานเพิ่มเติม ท่ามกลางประชาชนเกือบ 100 คน ที่เดินทางมาดูเหตุการณ์บริเวณคลองห้วยแร้ง

เบื้องต้น สภาพศพน้องมิ้นถูกเชือดคอ จนขาดอากาศเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในสวนยางพาราของนายสมพงษ์ เมือวันที่ 27 พ.ค.แล้ว แล้วนำศพมาโยนทิ้งที่คลองห้วยแร้งพร้อมกับรถจักรยาน สีชมพู ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จากสวนยาง

ด้าน พ.ต.อ.บุญส่ง ปีกขุนทด ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด กล่าวว่า เช้านี้ได้เรียกประชุมทีมสืบสวน พบรถยนต์นายสมพงษ์มุ่งหน้าไปทางถนนสายไร่ป่า-ด่านชุมพล ซึ่งเป็นเส้นทางอีก 1 จุด ต้องสงสัยที่ยังไม่ทำการค้นหา

และหลังจากประชุมเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีระหว่างเดินทางก็ได้รับแจ้งว่าพบรถจักรยานและพบศพมิ้น โดยที่จะให้เจ้าหน้าที่นำศพน้องมิ้นไปชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวชต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีก 3-5 วัน ถึงจะทราบว่าน้องมิ้นถูกข่มขืนหรือไม่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน นายสมพัน เพื่อนของนายสมพงษ์ เนื่องจากสงสัยว่านายสมพันมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว โดยพบว่านายสัมพันมีอาการคล้ายกับคนตื่นตกใจ ขณะถูกสอบปากคำในบางครั้ง

ภาพจาก ข่าวตราดทีวี



‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

พบแล้ว ศพน้องมิ้นถูกลักพาตัว ยังอยู่ในชุดนักเรียนแต่กกน.หาย

โลกตามหา "นิ๊งหน่อง" ช้างที่ช่วยชีวิตเด็กหญิงรอดจากสึนามิ

โลกตามหา "นิ๊งหน่อง" ช้างที่ช่วยชีวิตเด็กหญิงรอดจากสึนามิ


โลกตามหา "นิ๊งหน่อง" ช้างที่ช่วยชีวิตเด็กหญิงรอดจากสึนามิ


โลกออนไลน์ตามหา "นิ๊งหน่อง" ช้างที่ไทยเคยช่วยชีวิตเด็กหญิงชาวอังกฤษ รอดชีวิตจากเหตุสึนามิ เมื่อปี 2547 จนนำไปสร้างละครเวที
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรื่องราวของเด็กหญิงที่รอดชีวิตบนหลังลูกช้างตัวน้อยในเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่ม เมื่อปี 2547 กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่เรื่องราวนี้ถูกนำไปดัดแปลงสร้างเป็นละครเวทีที่โรงละครใจกลางกรุงลอนดอน ทั่วโลกต่างช่วยกันตามหา "เจ้านิ๊งหน่อง" ลูกช้างตัวดังกล่าว
ประสบการณ์ที่ไม่เคยลืมของ "แอมเบอร์" เด็กหญิงวัย 8 ขวบ เมื่อปี 2547 ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นละครเวทีที่จัดการแสดงขึ้นอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เล่าเรื่องราวของ "เจ้านิ๊งหน่อง" ลูกช้างที่จัดแสดงโชว์ของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 วันที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในพื้นที่มหาสมุทรอินเดีย แอมเบอร์ ตื่นแต่เช้าเพื่อมาขึ้นหลังและขี่ "เจ้านิ๊งหน่อง" เล่นอยู่บริเวณโรงแรม ลูกชายพาเด็กหญิงเดินเที่ยวไปรอบๆ กระทั่งช่วงสายระดับน้ำทะเลเริ่มลดลงอย่างน่าประหลาด
ขณะที่ผู้คนส่วนหนึ่งลงไปดูปรากฏการณ์และจับปลากันอย่างสนุกสนาน แต่ เจ้านิ๊งหน่อง กลับมีท่าทีหวาดกลัว ก่อนจะวิ่งหนีขึ้นจากชายหาดและหลบขึ้นไปอยู่บนที่สูง ไม่นานนักคลื่นสึนามิระดับน้ำสูงราวตึก 2 ชั้น ก็ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่ง เจ้านิ๊งหน่อง ที่ยังยืนหลบอยู่นิ่งๆ โดยที่มีเด็กหญิงอยู่บนหลัง ก่อนที่กระแสน้ำจะซัดเข้ามา
เจ้านิ๊งหน่อง ยืนนิ่งๆ ต้านกระแสน้ำ แม้ตัวของมันเองก็จมน้ำไปกว่าครึ่งตัว ส่วนเด็กหญิงที่ตกใจก็ยังนั่งอยู่บนหลังและเกาะมันเอาไว้แน่น รอกระทั่งเหตุการณ์ต่างๆ จบลง หลังเกิดเหตุครอบครัวของแอมเบอร์ ออกตามหาลูกสาว ที่แม้จะทำใจว่าลูกของเขาไม่น่าจะรอด แต่ภาพที่ปรากฏคือ แอมเบอร์รอดชีวิตและยังอยู่บนหลังของเจ้านิ๊งหน่อง ก่อนจะถูกช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย
ปัจจุบัน แอมเบอร์ เป็นสาววัย 20 ปี เรื่องราวของเธอถูกนำไปดัดแปลงสร้างเป็นละเวทีที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แอมเบอร์ บอกว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่มีวันลืมได้ลง ช้างตัวน้อยช่วยเหลือชีวิตเธอเอาไว้ และหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยได้พบกับ เจ้านิ๊งหน่อง อีกเลย ทำให้ไม่ทราบว่าตอนนี้มันเป็นเช่นไร
อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวจากละครเวทีและประสบการณ์จริงของแอมเบอร์ถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าโลกออนไลน์ส่วนหนึ่ง รู้สึกประทับใจและสงสัยว่า เจ้านิ๊งหน่อง ช้างไทยในวันนี้เป็นอยู่อย่างไรและอยู่ที่ไหน มีกระแสช่วยตามหาเจ้าช้างตัวนี้
ภาพจาก kapook

‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker


วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

แชร์กระหน่ำ ภาพเมฆชนกัน ปรากฏการณ์หาดูยาก เมฆอาร์คัส เกิดที่อุบลฯ

แชร์กระหน่ำ ภาพเมฆชนกัน ปรากฏการณ์หาดูยาก เมฆอาร์คัส เกิดที่อุบลฯ

เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส


เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส


เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส


 โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพปรากฏการณ์หาดูยาก เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส เหนือท้องฟ้าอุบลราชธานี วานนี้ (30 พฤษภาคม) 

          วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพกลุ่มก้อนเมฆ ที่จับตัวกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ มืดครึ้ม และทอดยาวบนท้องฟ้า พาดผ่านและมองเห็นได้ในพื้นที่ของ จ.อุบลราชธานี ซึ่งปรากฏการณ์เมฆประหลาดดังกล่าว เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส นั่นเอง

 และด้วยปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็ทำให้ชาวอุบลฯ ต่างเก็บภาพเมฆชนกัน และนำมาเผยแพร่ใน Facebook สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก

 สำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าว ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิชาการจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. และชมรมคนรักมวลเมฆ ให้ข้อมูลว่า เมฆอาร์คัส (Arcus) หรือเรียกว่า เมฆกันชน หรือ shelf cloud อยู่บริเวณฐานเมฆ และมีลักษณะโค้งเหมือนกันชนหน้ารถ จะเป็นปฏิกิริยาของเมฆฝนที่จะมีลักษณะโค้งลงมาใกล้พื้นดิน โดยเมฆอาร์คัสจะมี 2 แบบ คือ Roll รูปร่างม้วนแบบหลอด และ Shelf คือรูปร่างเป็นชั้น ซึ่งเมฆอาร์คัสไม่มีอันตรายโดยตรง แต่เนื่องจากอาร์คัสเป็นส่วนหนึ่งของเมฆฝนฟ้าคะนอง จึงมีความเสี่ยงจากฟ้าผ่าแฝงอยู่ โดยเฉพาะฟ้าผ่าแบบบวก (positive lighting) คือสามารถผ่าออกมาไกลจากตัวเมฆได้หลายกิโลเมตร 


เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส


เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส


เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส


เมฆชนกัน หรือ เมฆอาร์คัส

ภาพจาก kapook





‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

สาวขับรถชนบ้าน เหยื่อต้องผ่าตัดสมอง ชาวเน็ตสงสัย ตร.ไม่แจ้งข้อหา

สาวขับรถชนบ้าน เหยื่อต้องผ่าตัดสมอง ชาวเน็ตสงสัย ตร.ไม่แจ้งข้อหา


สาวขับรถชนบ้าน เหยื่อต้องผ่าตัดสมอง ชาวเน็ตสงสัย ตร.ไม่แจ้งข้อหา

ความคืบหน้ากรณีหญิงสาวขับรถพุ่งชนบ้านที่กระบี่ เหยื่อยังสาหัส ต้องเข้าผ่าตัดสมอง ชาวเน็ตสงสัยเมาแล้วขับหรือไม่ เหตุใดยังไม่แจ้งข้อหา
(31 พ.ค.) จากกรณีเหตุหญิงสาวขับรถยนต์โตโยต้า วีออส พุ่งชนทะลุเข้าบ้านหลังหนึ่ง ใจกลางเมืองกระบี่ เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (30 พ.ค.) เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ล่าสุดพบว่าลูกสาวของบ้านที่เกิดขึ้น เตรียมเข้ารับการผ่าตัดสมอง หลังบาดเจ็บสาหัสจากเหตุดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยบรรยากาศล่าสุดพบว่า ประตูบ้านถูกปิดล็อกกุญแจเอาไว้ พร้อมกับแขวนป้ายว่า "ห้ามเข้า" อีกทั้งยังพบว่า ลูกสาวเจ้าของบ้านที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพิ่งถูกย้ายตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ภูเก็ต เพื่อเข้าผ่าตัดสมอง เนื่องจากสมองถูกกระทบกระเทือน
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นสงสัยว่า หญิงสาวที่ขับรถคันดังกล่าวมีอาการมึนเมาหรือไม่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ดำเนินคดีกับหญิงสาวคนดังกล่าว กลับปล่อยตัวไปและไม่ได้ทำการสอบสวนหรือตั้งข้อหาใดๆ
ทางด้าน พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี พนักงานสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีการเก็บหลักฐานเอาไว้แล้ว หลังเกิดเหตุหญิงสาวคู่กรณียังได้ไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลกระบี่ แต่ยังไม่ได้ทำการสอบปากคำ โดยในวันนี้จะดำเนินการเรียกตัวมาสอบสวนและจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับอาการบาดเจ็บจากผู้ประสบเหตุจากเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นพบว่า 2 สามีภรรยาที่เป็นเจ้าของบ้าน อาการค่อนข้างดีขึ้นตามลำดับ แต่ลูกสาวที่เพิ่งปิดภาคเรียนจากมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ยังต้องเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากสมองบอบช้ำ

ภาพจาก sanook


#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

แม่นักเรียนหญิงม.5 ยืนยันยังไม่ให้ตรวจยาลดความอ้วน

แม่นักเรียนหญิงม.5 ยืนยันยังไม่ให้ตรวจยาลดความอ้วน


แม่นักเรียนหญิงม.5 ยืนยันยังไม่ให้ตรวจยาลดความอ้วน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (30 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้เรียก นางพิณพาทย์ อายุ 33 ปี และ นายบุญมา อายุ 40 ปี มารดาและบิดา น.ส.ปาริฉัตร อายุ 16 ปี ผู้เสียชีวิต เข้าสอบปากคำเพิ่มเติม

หลังจาก น.ส.ปาริฉัตร เป็นลมหายใจไม่ออก ขณะยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ หน้าเสาธงโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี มีครู-นักเรียนช่วยกันนำตัวส่ง ร.พ.ปากเกร็ด แพทย์ต้องนำเข้าห้องฉุกเฉินช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่ก็ยื้อชีวิตไม่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

พร้อมทั้งทางด้านผู้ปกครองได้นำหลักเอกสาร และประวัติการตรวจร่างกายของผู้เสียชีวิตมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ตรวจสอบ

จากการสอบถาม นางพิณพาทย์ มารดาผู้เสียชีวิต ทราบว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา น้องมีอาการปวดท้องและจุกที่หน้าอก จึงพาไปตรวจรักษาแพทย์ระบุว่าเป็นโรคกระเพาะ

แต่สาเหตุที่เสียชีวิตวันนี้ ตนยังไม่ทราบแน่ชัดว่าน้องเป็นอะไรแน่ ต้องรอผลการตรวจชันสูตรอย่างเดียว

ส่วนเรื่องยาลดความอ้วน ตนเป็นคนซื้อมาทานเองตั้งแต่ปี 2558 และเก็บไว้ในบ้าน ตนไม่ทราบว่าน้องจะแอบหยิบไปทานเองหรือเปล่า

เบื้องต้น นางพิณพาทย์ไม่ประสงค์ให้นำยาไปตรวจ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอสอบปากคำคุณครูและเพื่อนนักเรียนอีกครั้ง

เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานประกอบกับผลตรวจชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งว่าเกิดจาดอะไร ถ้าผลชันสูตรออกมาว่าในร่างกายผู้เสียชีวิตมีตัวยาแปลกปลอม ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกให้นำยามาตรวจสอบอีกครั้ง

ทั้งนี้ ศพผู้เสียชีวิตครอบครัวจะนำไปสวดอภิธรรมที่ วัดบางพัง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในวันพรุ่งนี้



ภาพจาก sanook









‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

ผัวบีบคอเมียตายคาเตียง ลูกน้อยยังนอนดูดนมจากศพแม่

ผัวบีบคอเมียตายคาเตียง ลูกน้อยยังนอนดูดนมจากศพแม่



ผัวบีบคอเมียตายคาเตียง ลูกน้อยยังนอนดูดนมจากศพแม่


กู้ภัยเจอภาพสะเทือนใจ ลูกน้อยนอนดูดนมจากศพแม่ ยังไม่รู้ว่าเสียชีวิตแล้ว สามีสารภาพพลั้งมือบีบคอก่อนเข้านอน โมโหที่ไม่ยอมเลี้ยงดูให้ดี
(31 พ.ค.) พ.ต.ต.ภัคพล อินดี สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมแพทย์และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุห้อง 104 หอพักแห่งหนึ่ง ย่านชุมชนป่าตัน ต.ช้างเผือก หลังได้รับแจ้งพบหญิงสาวเสียชีวิตภายในห้อง
จากการตรวจสอบพบศพ นางคำหอม อายุ 21 ปี ชาวเมียนมาร์ เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น และพบเด็กทารกวัย 4 เดือน กำลังดูดนมจากหน้าอกแม่ เป็นภาพสุดสะเทือนใจ เจ้าหน้าที่จึงได้อุ้มเด็กออกมา นำไปให้เพื่อนข้างห้องดูแลชั่วคราว
สภาพศพของนางคำหอม บริเวณลำคอมีร่องรอยถูกบีบจนมีรอยซ้ำ เป็นสาเหตุทำให้ขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 ชั่วโมง ขณะที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายศักดิ์ อายุ 25 ปี ชาว อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ สามีของผู้เสียชีวิต ที่ยอมรับว่าเป็นคนฆ่าภรรยาตนเองและรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่

นายศักดิ์ รับสารภาพว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้ทะเลาะกับภรรยาเรื่องไม่ดูแลลูก ปล่อยให้ร้องไห้จนทำให้ตนเองที่ทำงานหนักมาทั้งวันไม่ได้พักผ่อน ด้วยความโมโหจึงใช้มือบีบคอภรรยาจนแน่นิ่ง และนอนหลับพักผ่อนต่อ
กระทั่งช่วงเช้าเห็นลูกชายกำลังดูดนมจากหน้าอกของภรรยา แต่ภรรยานอนนิ่งผิดปกติและไม่ตื่นมาดูลูก ทำให้ทราบว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาให้จับกุมโดยไม่ได้หนีไปไหน พร้อมบอกว่าเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จะติดต่อไปทางญาติผู้ตายให้มารับเด็กไปดูแลต่อไป แต่หากไม่มีญาติจะส่งตัวไปยังสถานสงเคราะห์เพื่อรับดูแล ขณะที่เพื่อนข้างห้องต่างสงสารเด็ก แย่งกันดูแล หากไม่มีญาติมารับ โดยจะรับเป็นลูกบุญธรรม เนื่องจากเคยอุ้มเล่นและเด็กก็กำลังน่ารัก

ภาพจาก kapook




‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

อึ้ง หญิงชราพิการนั่งรถเข็น ถูกฝรั่งเอานิ้วจิ้มตาจนเลือดไหล

อึ้ง หญิงชราพิการนั่งรถเข็น ถูกฝรั่งเอานิ้วจิ้มตาจนเลือดไหล


อึ้ง ! หญิงชราพิการนั่งรถเข็น ถูกฝรั่งเอานิ้วจิ้มตาจนเลือดไหล

สาวสุดช็อก ! หญิงชราพิการนั่งรถเข็น ถูกฝรั่งเอานิ้วจิ้มตาจนเลือดไหล บริเวณ MRT สถานีห้วยขวาง ร้องให้คนช่วยคุมตัวฝรั่งรายนี้ แต่กลับไร้คนสนใจ สุดท้ายต้องเข้าไปคุยถ่วงเวลารอตำรวจ

        วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Leena Duanggate โพสต์เล่าเหตุการณ์สุดช็อก ว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 พฤษภาคม ตนพบชายชาวต่างชาติ ไม่ใส่เสื้อและรองเท้า ทำร้ายหญิงพิการสูงวัย ผิวหนังถูกไฟคลอก ซึ่งนั่งรถเข็นวีลแชร์เพื่อมาขอเงินบริจาคตรงบริเวณรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สถานีห้วยขวาง ด้วยการค่อย ๆ ใช้นิ้วมือเขยิบเข้าไปใกล้ดวงตาของเธอ เหมือนกับว่าต้องการจะสัมผัสผิวหน้า แต่กลับใช้นิ้วจิ้มเข้าไปที่ดวงตา ทำให้หญิงชราร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ตนซึ่งเห็นเหตุการณ์จึงรีบบอกให้ชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวหยุด เนื่องจากหญิงชราเริ่มมีเลือดไหลหยดออกมาจากดวงตา

        ระหว่างนั้น ก็มีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์รีบโทรแจ้งตำรวจและแจ้งทีมรักษาความปลอดภัย ของสถานีรถไฟใต้ดิน ส่วนตนก็พยามขอความช่วยเหลือผู้ชายละแวกนั้นให้ช่วยคุมตัวชายชาวต่างชาติไว้ ปรากฏว่า ไม่มีใครสนใจที่จะเข้ามาคุมตัวชายชาวต่างชาติ ตนจึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับชายชาวต่างชาติเพื่อถ่วงเวลารอเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อึ้ง ! หญิงชราพิการนั่งรถเข็น ถูกฝรั่งเอานิ้วจิ้มตาจนเลือดไหล


อึ้ง ! หญิงชราพิการนั่งรถเข็น ถูกฝรั่งเอานิ้วจิ้มตาจนเลือดไหล


              และจากการพูดคุยกับชายชาวต่างชาติรายนี้ มีลักษณะพูดวกไปวนมา เหมือนคนจิตไม่ปกติ ประกอบกับเนื้อตัวสกปรกและมีกลิ่นตัวแรง ต่อมาได้มีการนำตัวส่งไปสถานีตำรวจ เพื่อดำเนินการต่อไป

        นอกจากนี้ เจ้าของเรื่องยังโพสต์ข้อความทิ้งท้ายไว้ว่า ตนไม่แน่ใจว่า ชายชาวต่างชาติรายนี้เดินทางออกไปจากประเทศไทยหรือยัง แต่หากใครพบเห็น ก็ขอถ่ายรูปเขาแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเล่าเรื่องราวของ post นี้ ให้เขาเรียกสถานทูตส่งตัว deport กลับประเทศ เพราะเขาไม่มีสิทธิ์มาแร่ร่อนในบ้านเรา แม้ว่าจะไม่ได้ไปทำร้ายใครอีกก็ตาม



ภาพจาก kapook





‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

1 ใน 200 ล้าน !! คุณแม่ให้กำเนิดแฝด 3 แท้ เหมือนกันตั้งแต่ใบหน้ายัน DNA

1 ใน 200 ล้าน !! คุณแม่ให้กำเนิดแฝด 3 แท้ เหมือนกันตั้งแต่ใบหน้ายัน DNA




มัศจรรย์แห่งชีวิต คุณแม่ให้กำเนิดลูกน้อยแฝด 3 แท้ เหมือนกันเปี๊ยบตั้งแต่ใบหน้ายันดีเอ็นเอ แพทย์เผยตามธรรมชาติแล้วมีโอกาสแค่ 1 ใน 200 ล้านคนเท่านั้น

          วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวสุดน่าทึ่งของคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่สำหรับเธอก็นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก ๆ แล้วที่เธอได้ทราบว่าตัวเองตั้งท้องได้ลูกแฝด 3 แต่เธอก็มีอันต้องเซอร์ไพรส์หนักกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว เมื่อได้ทราบข่าวจากคุณหมอว่า ลูก ๆ แฝด 3 ลูก ๆ ของเธอนั้น เป็นแฝดแท้ที่เหมือนกันตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงดีเอ็นเอ 

          เบคกี้-โจ อัลเลน คุณแม่ยังสาวชาวอังกฤษ วัย 23 ปี จากเมืองลิเวอร์พูล เธอได้ตั้งชื่อลูกชายแฝด 3 ให้ว่า โรมัน รอคโค และโรฮาน เธอเล่าว่า เมื่อตอนที่ลูก ๆ ของเธอกำเนิดออกมาใหม่ ๆ เธอยอมรับเลยว่าเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะสามารถแยกออกว่าคนไหนเป็นใคร โดยเด็กน้อยทั้ง  3 มีรอยแต้มพิเศษเป็นปานดำจาง ๆ อยู่ที่ระหว่างคิ้ว เหมือนกันเด๊ะทั้งหมด แต่หลัง ๆ คุณแม่ก็แอบสังเกตความแตกต่างได้อยู่นิดหนึ่ง คือ ปานของเจ้าหนูโรมันจะเข้มกว่าใครเพื่อน ส่วนเจ้าหนูโรฮานจะมีปานที่ขาเพิ่มมาด้วย

          ในตอนแรกที่โรงพยาบาลคุณหมอบอกว่าเด็กแฝดทั้ง 3 คน ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่เมื่อกลับมาบ้านญาติของเธอหลาย ๆ คนที่ได้เห็นต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แยกไม่ออกเลยจริง ๆ และเพื่อเป็นการพิสูจน์เรื่องความเหมือนนี้ให้แน่ชัด จึงต้องอาศัยกระบวนการตรวจพิสูจน์ความเป็นแฝด (zygosity determination) ซึ่งก็คือการนำดีเอ็นเอไปตรวจสอบในห้องทดลองนั่นเอง








ภาพจาก kapook






#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด สงครามโพสต์อิท แปะกระจกตอบโต้กันมันหยด

สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด สงครามโพสต์อิท แปะกระจกตอบโต้กันมันหยด


สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด


        พนักงานออฟฟิศสุดครีเอท ปิ๊งไอเดียแปะโพสต์อิทใส่กระจกออฟฟิศเพื่อทักทายตึกตรงกันข้าม ปรากฏว่าจุดชนวนให้เกิดสงครามโพสต์อิทระหว่าง 2 ตึก ขยันรังสรรค์ผลงานกันแบบไม่มีใครยอมใคร

                เว็บไซต์ Bored Panda หยิบยกเรื่องนี้มาฝากกันเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา บอกเล่าเรื่องราวสงครามโพสต์อิทสุดฮาระหว่างตึกสำนักงาน 2 ตึกในแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ก ซึ่งภายในแต่ละตึกนั้นมีแต่บริษัทมาร์เกตติ้งและสื่อ แต่สงครามครั้งนี้จะมีที่มาที่ไปยังไง และไปจบที่บทสรุปไหน มาติดตามกันดูเลย

สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด


สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด


สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด


สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด


สนุกใหญ่ 2 ตึกสำนักงานเปิด

            ที่เป็นแบบนั้นก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลไหน ผู้จัดการตึกทั้ง 2 ตึกได้สั่งให้พนักงานทุกคนที่ทำงานอยู่ในตึก แกะโพสต์อิทออกให้หมดภายในสุดสัปดาห์นี้ อวสานการรังสรรค์ศิลปะด้วยโพสต์อิทด้วยประการฉะนี้ ว้าาาาาาาา หมดเวลาสนุกแล้วซี 


ภาพจาก kapook






‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker

รถน้ำมันกว่า 5 หมื่นลิตร ยางระเบิดบึ้ม ลามติดบ้านคน ไฟไหม้วอด 1 หลัง

รถน้ำมันกว่า 5 หมื่นลิตร ยางระเบิดบึ้ม ลามติดบ้านคน ไฟไหม้วอด 1 หลัง


รถน้ำมันกว่า 5 หมื่นลิตร ยางระเบิดบึ้ม !! ลามติดบ้านคน ไฟไหม้วอด 1 หลัง

รถพ่วง 22 ล้อ ขนน้ำมันมากว่า 50,000 ลิตร เกิดยางระเบิดเสียหลักพลิกคว่ำ น้ำมันรั่วไหล ทำไฟลุกโหมน่ากลัวและลามไหม้บ้านวอด 1 หลัง คนขับเจ็บสาหัส  

           วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งเหตุ รถบรรทุก 22 ล้อ บรรทุกน้ำมันป้ายทะเบียน78-4292 กทม. ของ บ.เจตธนาทิพย์ จำกัด อ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เกิดพลิกคว่ำไฟลุกท่วมทั้งคัน คนขับได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้บริเวณแผ่นหลัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

           โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง และมีการปิดถนน ขณะเดียวกันเพลิงก็ได้ลุกโหมอย่างรุนแรงจนลุกลามไปไหม้บ้านของนางราวรรย์ สว่างแจ้ง อายุ 56 ปี จนได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าของบ้านได้วิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปหลบบ้านญาติที่อยู่ใกล้เคียง 

           รายงาน ข่าวระบุว่า ที่เกิดเหตุพบว่ามีเสาไฟฟ้าแรงสูงถูกชนจนโค่นล้มจำนวน 2 ต้น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ทำการตัดกระแสไฟชั่วคราวเพื่อป้องกันอันตราย ทั้งนี้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากรถบรรทุกน้ำมันมาเต็มคันกว่า 50,000 ลิตร ส่งผลให้เพลิงโหมไหม้รุนแรงตลอดเวลา 

           เวลาต่อมา นายบัญชา วัฒนวงศ์ นายอำเภอขลุง ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้โฟมเข้า ฉีดช่วยสกัดไฟ ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำพรมต่อเนื่องหวั่นไฟจะลุกซ้ำอีก

รถน้ำมันกว่า 5 หมื่นลิตร ยางระเบิดบึ้ม !! ลามติดบ้านคน ไฟไหม้วอด 1 หลัง

 ด้านคนขับ รถคือ นายยิ่งศักดิ์ จันทร์สุวรรณ อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส อยู่ในความดูแลของแพทย์ โดยมีรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุ นายยิ่งศักดิ์ ได้ขับรถขนน้ำมันเบนซินกว่า 50,000 ลิตร มาจาก อ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไปส่งที่ จ.ตราด แต่ระหว่างทางฝนเกิดตก ทำให้ถนนลื่น รถจึงเสียหลักไถลตกลงข้างทางไปชนกับเสาไฟฟ้า และพลิกตะแคงจนไฟลุกท่วมดังกล่าว
           ขณะที่ นางราวรรย์ เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุพักอยู่บ้านตามลำพัง จู่ ๆ ได้ยินเสียงวัตถุขนาดใหญ่พุ่งชนเสาไฟฟ้า ก่อนจะเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมา 2 ครั้งซ้อน เมื่อวิ่งไปดูหน้าบ้านก็พบว่ารถบรรทุกถูกไฟโหมไหม้อย่างน่ากลัว และเปลวเพลิงได้ปลิวเข้ามาติดหลังคาบ้านตนและลุกลามตัวบ้านอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจตนจึงพาสุนัขไปหลบที่บ้านญาติ

           นางราวรรย์ เล่าต่อว่า หลังเพลิงสงบก็ได้เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย พบว่าบ้านถูกไฟไหม้ไปครึ่งหลัง เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้

รถน้ำมันกว่า 5 หมื่นลิตร ยางระเบิดบึ้ม !! ลามติดบ้านคน ไฟไหม้วอด 1 หลัง


รถน้ำมันกว่า 5 หมื่นลิตร ยางระเบิดบึ้ม !! ลามติดบ้านคน ไฟไหม้วอด 1 หลัง


รถน้ำมันกว่า 5 หมื่นลิตร ยางระเบิดบึ้ม !! ลามติดบ้านคน ไฟไหม้วอด 1 หลัง

ภาพจาก kapook





‪#‎สยามโป๊กเกอร์‬
**สมัครสมาชิกใหม่ เล่น ‪#‎โป๊กเกอร์‬ สด วันนี้ รับฟรีโบนัส 50%**
***************************************
สามารติดต่อสอบถามได้ที่
Line : siampoker