พี่สาวซ้อนบิ๊กไบค์เผย เคยเตือนน้องสาวอย่าซ้อนบิ๊กไบค์
จากกรณีที่ตำรวจยศ ร.ต.ท.ได้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขึ้นสะพานภูมิพล 1 แต่เกิดเสียหลักหลุดดค้งทำให้แฟนสาวที่นั่งซ้อนท้ายมาด้วยกันหล่นจากรถและถูกรถบรรทุกเหยียบซ้ำดับคาที่ต่อหน้าต่อตา โดย ร.ต.ท.รายดังกล่าวทำใจไม่ได้ที่เห็นแฟนเสียชีวิตต่อหน้าจึงชักปืนที่พกมายิงขึ้นฟ้าก่อนพยายามยิงตัวเองและกระโดจากสะพานหวังฆ่าตัวตายตามแฟนสาวไปแต่เพื่อนห้ามได้ทัน
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 25 เมษายน 2559 น.ส.อุไรวรรณ
ชัยนาคิน พี่สาวของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมารับใบมรณะบัตร และให้การว่า
น้องสาวของตนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต
คบหน้ากับ ร.ต.ท. ดังกล่าวมาได้ 1 ปี
ซึ่งตนได้ห้ามน้องหลายครั้งแล้วว่าอย่าซ้อนบิ๊กไบค์ เพราะอันตราย
แต่น้องสาวก็ไม่ฟัง กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว
สั่งสอบผิด'ร.ต.ท.'ขี่บิ๊กไบค์!
ขึ้นสะพานภูมิพล-ทำแฟนดับ
„เมื่อ วันที่ 25 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก ตร. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ร.ต.ท.ชัยยัณห์ ทองคำชุม อายุ 31 ปี รอง สวป.สน.ลาดพร้าว ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขึ้นสะพานภูมิพล 1 จนประสบอุบัติเหตุล้ม ส่งผลให้แฟนสาวเสียชีวิต ว่า มีความผิดทางวินัยหรือผิดกฎหมายจราจรหรือไม่ เนื่องจากสะพานภูมิพลเป็น 1 ในสะพานที่ตำรวจนครบาล มีคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์และรถสามล้อขับขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่า หลังเกิดเหตุมีการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่เพื่อทำลายหลักฐาน หรือไม่นั้น ขณะนั้นการเคลื่อนย้ายมีพนักงานสอบสวนไปตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการล่าช้าแต่อย่างใด โฆษกตร. กล่าวอีกว่า กรณีที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไปยื่นหนังสือฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำ สั่งข้อบังคับของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ห้ามใช้สะพานและอุโมงค์ข้ามแยก 45 แห่ง ว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล ซึ่งทางตำรวจก็จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้สังคมดีขึ้น ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง ส่วนจะมีการพิจารณายกเลิกสะพานหรือทางลอดอุโมงค์หรือไม่นั้น จะมีการประเมินอีกครั้งหลังครบ 90 วัน ส่วนแนวทางการผ่อนผัน ต้องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณา ซึ่งได้ให้หลักการและแนวคิดไปแล้ว พร้อมระบุที่ผ่านมาวิศวกรรมจราจร ยืนยันว่าการขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นบนสะพานและลอดอุโมงค์เป็นอันตราย.“
„เมื่อ วันที่ 25 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก ตร. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ร.ต.ท.ชัยยัณห์ ทองคำชุม อายุ 31 ปี รอง สวป.สน.ลาดพร้าว ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขึ้นสะพานภูมิพล 1 จนประสบอุบัติเหตุล้ม ส่งผลให้แฟนสาวเสียชีวิต ว่า มีความผิดทางวินัยหรือผิดกฎหมายจราจรหรือไม่ เนื่องจากสะพานภูมิพลเป็น 1 ในสะพานที่ตำรวจนครบาล มีคำสั่งห้ามรถจักรยานยนต์และรถสามล้อขับขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่า หลังเกิดเหตุมีการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่เพื่อทำลายหลักฐาน หรือไม่นั้น ขณะนั้นการเคลื่อนย้ายมีพนักงานสอบสวนไปตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการล่าช้าแต่อย่างใด โฆษกตร. กล่าวอีกว่า กรณีที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไปยื่นหนังสือฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำ สั่งข้อบังคับของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ห้ามใช้สะพานและอุโมงค์ข้ามแยก 45 แห่ง ว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล ซึ่งทางตำรวจก็จะบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้สังคมดีขึ้น ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้ง ส่วนจะมีการพิจารณายกเลิกสะพานหรือทางลอดอุโมงค์หรือไม่นั้น จะมีการประเมินอีกครั้งหลังครบ 90 วัน ส่วนแนวทางการผ่อนผัน ต้องให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณา ซึ่งได้ให้หลักการและแนวคิดไปแล้ว พร้อมระบุที่ผ่านมาวิศวกรรมจราจร ยืนยันว่าการขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นบนสะพานและลอดอุโมงค์เป็นอันตราย.“
ภาพจาก เฟสบุ๊ค ประพันธ์ แสงมาน
ข้อมูลจาก เดลินิวส์




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น