เปิดรายงาน National Geographic ตีแผ่ วัดหลวงตาบัว สวรรค์สัตว์ป่า หรือธุรกิจแสวงหากำไร
เปิดรายงานจาก National Geographic แฉ วัดหลวงตาบัว (วัดเสือ) แท้จริงแล้วเป็นสวรรค์สัตว์ป่าหรือธุรกิจแสวงหากำไร ค้าขายสัตว์ป่าในตลาดมืด เตือนนอย่าสับสนวัดดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับ หลวงตามหาบัว แค่ขอชื่อมาตั้งเท่านั้น
กลายเป็นประเด็นฉาวดังกระฉ่อนไปทั่วโลก สำหรับกรณีพบซากลูกเสือกว่า 40 ตัว และซากสัตว์ป่าอื่น ๆ อีกเพียบ ถูกซุกซ่อนอยู่ในห้องแช่แข็งของวัดหลวงตาบัว หรือวัดเสือ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งคาดว่าอาจจะถูกทางวัดนำเก็บไว้เพื่อทำกำไรจากการลักลอบค้าซากสัตว์ป่าเถื่อน (อ่านข่าว : ฉาวกระฉ่อนโลก สื่อนอกตีข่าวแฉวัดหลวงตาบัว ซุกซากลูกเสือ-ลอบค้าของเถื่อน)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2559 สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าประเทศไทย ได้นำบทความของ National Geographic เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 เรื่อง Exclusive : Tiger Temple Accused of Supplying Black Market มารายงานว่า ก่อนหน้านี้ วัดหลวงตาบัว หรือวัดเสือ ซึ่งเป็นวัดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว มีเสืออยู่ในครอบครองถึง 147 ตัว แต่กลับถูกจับตามองว่าเป็นสวรรค์สัตว์ป่าหรือธุรกิจแสวงหากำไร มีการเร่งเพาะเสือเพื่อป้อนตลาดค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
โดยที่ผ่านมา ทางวัดมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเสือมาอย่างยาวนานว่า แสวงหาผลประโยชน์จากเสือในทางที่ผิด อีกทั้งยังมีการทารุณกรรม ทุบตี ขาดการดูแลจากทางสัตวแพทย์ เลี้ยงดูไม่เหมาะสม ให้เสืออยู่ในกรงขนาดเล็ก รวมไปถึงกรณีการค้าขายผิดกฎหมาย และเนื่องด้วยความตระหนักในสวัสดิภาพสัตว์ จึงอยากจะเตือนใจทุกคนให้ช่วยกันปกป้องสัตว์ชนิดนี้ที่นับวันยิ่งถูกคุก คามมากขึ้น ทั้งที่เมื่อ 100 ปีก่อน ในทวีปเอเชีย 30 ประเทศ เคยมีเสือมากถึง 100,000 ตัว แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3,200 ตัว จาก 11 ประเทศเท่านั้น
ทั้งนี้ จากการสอบถามเรื่องเสือเพศผู้สามตัวที่หายไป (ดาวเหนือ อายุ 7 ปี ฟ้าคราม 3 อายุ 3 ปี และแฮปปี้ 2 อายุ 5 ปี) เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2557 พระจักรกฤษณ์ เลขาเจ้าอาวาส ได้ยืนยันว่า "เรายังคงมีเสืออยู่ที่นี่ พวกมันยังอยู่ที่วัดเสือแห่งนี้แน่นอน"
ด้าน นายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษมงคลชัย สัตวแพทย์ประจำวัดเสือก็ได้เผยว่า เสือทั้งสามตัวได้ฝังไมโครชิพและลงทะเบียนไว้กับทางรัฐบาลแล้ว เพราะเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายไทยสำหรับสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงใน กรง
อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 นายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษมงคลชัย ได้ขอลาออกจากการดูแลเสือที่วัดและส่งมอบไมโครชิพที่เอาออกจากเสือ ให้แก่ นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อมาในเดือนเมษายน เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ตรวจพบว่า เสือทั้งสามตัวมีการหายไปอย่างแน่นอน และพบว่ามีเสืออีก 13 ตัว ไม่ได้ฝังไมโครชิพ รวมถึงพบซากเสือในตู้แช่แข็งอีกด้วย
ทางองค์กร Cee4life (Conservation and Environmental Education for Life) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของประเทศออสเตรเลีย ได้แสดงรายงานหลักฐานเกี่ยวกับเสือที่ถูกนำเข้าและเคลื่อนย้ายออกจากวัดเสือ อย่างผิดกฎหมาย ตั้งแต่ปี 2547 ให้กับทางรัฐบาลไทย โดยในรายงานมีบันทึกของสัตวแพทย์ ระบุว่า เสือสี่ตัวที่เลี้ยงอยู่ในวัดตั้งแต่ต้น แท้จริงแล้วถูกจับมาจากธรรมชาติในช่วงปี 2542-2543 กระทั่งในปี 2547 เสือเพศเมีย ชื่อ น่านฟ้า ได้ถูกนำเข้ามาจากประเทศลาว โดยในสัญญา ปี 2548 ลงนามโดยเจ้าอาวาส แสดงรายละเอียดการแลกเสือเพศผู้ของทางวัดกับเสือเพศเมียของหน่วยงานที่เพาะ เสือเชิงพาณิชย์ของประเทศลาว
นอกจากนี้ยังมีเทปบันทึกเสียง ซึ่งได้มาจากที่ปรึกษาของวัด ที่ได้บันทึกการสนทนาระหว่างเจ้าอาวาสและนายสัตวแพทย์สมชัยเกี่ยวกับเสือสาม ตัวที่หายไปด้วย แต่จนบัดนี้ยังไม่มีใครถูกจับกุม ยังไม่มีใครโดนดำเนินคดี และยังไม่ทราบชะตากรรมของเสือสามตัวที่หายไป ทางรัฐบาลควรจะเคลื่อนย้ายเสือจากวัดไปยังหน่วยงานของรัฐ เช่น สถานีเพาะเลี้ยง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอนุรักษ์ชื่อ British Wildlife Group Care for the Wild และ International Tiger Coalition ได้กล่าวว่า วัดเสือไม่เคยสนับสนุนหรือช่วยเหลือการอนุรักษ์เสือในธรรมชาติเลย และยังขัดแย้งต่อภาพลักษณ์ของวัดที่อุทิศให้กับการอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นสถานที่ที่พระสงฆ์อยู่ร่วมกันกับเสือได้อีกด้วย
ในด้านการเพาะ พันธุ์เสือ Debbie Banks ผู้เชี่ยวชาญด้านเสือจากหน่วยงานตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Investigation Agency) ในลอนดอน กล่าวว่า การค้าเสือผิดกฎหมายที่มาจากการเพาะเลี้ยงอย่างกรณีวัดเสือ มีผลกระทบมากกว่าชีวิตเสือ 147 ตัวในวัด เพราะหากความต้องการของตลาดมืดที่ต้องการผลิตภัณฑ์จากเสือที่เพาะเลี้ยง เพิ่มมากขึ้น เสือที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติคงหนีไม่พ้นจากการถูกล่าเพื่อตอบสนองความต้อง การแน่นอน
อย่างไรก็ดี มีหลายคนสับสนว่า วัดป่าหลวงตาบัว คือวัดที่ก่อตั้งโดย "พระธรรมวิสุทธิมงคล" หรือ "หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน" ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ วัดแห่งนี้ตั้งขึ้นจากการมีผู้ถวายที่ดินให้หลวงตามหาบัว ในเขตพื้นที่ป่า ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจบุรี แต่หลวงตามหาบัวประจำอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี อยู่แล้ว จึงได้มอบหมายให้ พระอาจารย์จันทร์ (ภูสิต ขันติธโร) พระอุปัฏฐากหรือพระเลขา ดำเนินการสร้างวัด โดยหลวงตามหาบัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ หลังจากสร้างเสร็จตัวแทนลูกศิษย์ก็ได้เข้ากราบหลวงตามหาบัวเพื่อขอชื่อวัด ซึ่งหลวงตามหาบัวได้ตั้งชื่อว่า "วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน"
ภาพข่าวจาก kapook
--------------> #โป๊กเกอร์ <--------------------
#สยามโป๊กเกอร์
ลงทะเบียนใหม่วันนี้ ฟรีเครดิต 100 บาท !!
ตั้งแต่เวลา 12.00 น. - 13.00 น.
และ เวลา 19.00 น. - 20.00 น.
>>รับฟรีทุกวัน!!!....
สอบถามเพิ่มเติมที่ Line: siampoker
LiveChat.. ตลอด 24 ชม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น